Facebook Twitter RSS
magnify
Home ข่าวไอโฟน “ไอโฟน” นำร่อง “3 จี-ไวแม็กซ์”
formats

“ไอโฟน” นำร่อง “3 จี-ไวแม็กซ์”

“ไอโฟน” นำร่อง “3 จี-ไวแม็กซ์” เทคโนโลยีกับต้นทุนรักษาอิมเมจของยักษ์มือถือ

ปีหน้า-2552 น่าจะเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม เพราะมีไลเซนใหม่ๆ จ่อคิวออกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น 3 G (third genera tion) บนคลื่นใหม่ 2.1GHz หรือไวแมกซ์

แม้จะไม่มีไวแมกซ์ และ 3 G คลื่นใหม่ บรรดายักษ์มือถือทั้งหลายก็เริ่มขยับขยายการลงทุนกันบ้างแล้ว อย่างน้อยๆ ก็กับการอัพเกรดโครงข่ายเดิมคลื่นความถี่เดิม (850 และ 900MHz) บนเทคโนโลยี HSPA (high speed packet access) เพื่อเนรมิตบริการโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือ 3 G โดยมี “เอไอเอส” นำร่องไปก่อนแล้วกับเงินลงทุนอย่างน้อยๆ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือห้าพันกว่าล้านบาท

“ปีหน้า ไม่นับการลงทุน 3 จี บนคลื่น 2100 ถ้า กทช.เปิดประมูล เม็ดเงินที่เราจะใช้ในการลงทุนไม่น่าต่ำกว่าปีนี้ คือ ที่ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท” วิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าว และว่า “ผมคิดว่าไลเซน 3 G คงออกมาปีหน้า เพราะ กทช.ไม่มีอะไรต้องรออีกแล้ว ถ้าออกมาได้จะดีมาก เท่ากับเป็นการกระตุ้นการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจอย่างนี้”

สำหรับ 3 G-2100 MHz “เอไอเอส” ประเมินว่า ช่วง 3 ปีแรกจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่สำหรับ “เอไอเอส” ที่มีดีกรีเป็นถึงเจ้าตลาด และมี ผู้ถือหุ้นใหญ่กระเป๋าหนักอย่าง “เทมาเส็กฯ” ย่อมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“ปีหน้าต้นทุนการเงินสูงขึ้นแน่ แต่ถ้าต้องลงทุน 3 จี เรื่องเงินสำหรับเราไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร แต่แน่นอนว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ การใช้จ่ายต้องระมัดระวังมากขึ้น เชื่อว่าคนอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกัน”

ในมุมของประชาชนผู้ใช้บริการคงต้องรออีกเป็นปีกว่าถึงจะมีโอกาสได้ใช้มือถือ 3 G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz เพราะ “กทช.” คาดว่าจะเริ่มจัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ใบอนุญาต 3 G ช่วงไตรมาสที่ 1 กว่าจะเปิดประมูล กว่าจะแจก
ไลเซน และกว่าจะติดตั้งโครงข่ายแล้วเสร็จใน บางส่วนเพื่อเปิดให้บริการได้ เบ็ดเสร็จแล้วปีกว่านับจากนี้อาจเร็วไปด้วยซ้ำ

อยากใช้จริงๆ ลอง 3 G บนคลื่น 850 และ 900 MHz ไปพลางๆ ก่อนก็ได้ โดยทั้งดีแทค และทรูมูฟ ตั้งใจว่าจะเผยโฉมไม่เกินในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า

โดย “ทรูมูฟ” แม้จะเป็นน้องนุชสุดท้องในตลาดมือถือก็จริง (เทียบมาร์เก็ตแชร์) แถมไม่ได้มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นยักษ์ข้ามชาติเหมือน “เอไอเอส และดีแทค” แต่กลับเป็นรายแรกที่ตกลงปลงใจกับ “แอปเปิล” นำเข้าเครื่อง “ไอโฟน 3 G” ที่รองรับการใช้งานบนคลื่น 850MHz ทำสัญญา 3 ปี ปีละ 1 แสนเครื่อง !!!

ทำเอาพี่ใหญ่ “เอไอเอส” และน้องรอง “ดีแทค” งงไปเลยกับความใจถึงของ น้องเล็ก เรียกว่า มีเครื่อง “ไอโฟน 3 G”
ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนที่เน็ตเวิร์กจะขึ้นเสียอีก

ในระหว่างนี้ “ทรูมูฟ” จึงเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนจองสิทธิในการซื้อ “ไอโฟน” ไปพลางๆ

ได้ยินว่า เดิมเครื่องลอตแรกจะเข้ามาอวดโฉมก่อนคริสต์มาสนี้ มาเจอเหตุ “สนามบินปิด” เลยต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ จะเปิดตัวเป็นทางการปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าโปรดติดตาม แต่ที่แน่ๆ ถึง “ทรูมูฟ” จะเป็นรายแรกที่ประกาศความร่วมมือกับแอปเปิลก่อนใคร แต่วันทำตลาดจริงจะพร้อมกันหมด แค่ 2 เจ้า (ทรูมูฟ และเอไอเอส) หรือครบ 3 เจ้ารวม “ดีแทค” ด้วย ถึงนาทีนี้ยังต้องลุ้น ได้ยินว่าพี่ใหญ่กับน้องรองพยายามที่จะร่วมมือกันในดีลนี้

ว่ากันว่า ถ้าสำเร็จต่างฝ่ายต่างจะเจ็บตัวน้อยหน่อยกับดีลสุดเขี้ยวนี้

ข้างยักษ์ “เอไอเอส” ด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าตลาดที่ประกาศตัวมาตลอดว่า เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ในแง่หน้าตา และศักดิ์ศรี
จึงพลาดดีล “ไอโฟน” ไม่ได้ด้วยประการ ทั้งปวง ถึงไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจก็เถอะ “เจ๊งไม่ว่า แต่ขายหน้าไม่ได้” ประมาณนั้นเลย ไม่อยากได้ แต่ต้องได้ เพื่อรักษาอิมเมจ “ผู้นำ” จึงแลกมาด้วยราคาแสนแพง (แต่แพงน้อยกว่าทรูมูฟ) ตัวเลขที่รับมา 3 ปีเหมือนกัน แม้ไม่ถึง 3 แสนเครื่องก็จริง แต่ก็หย่อนไปไม่เท่าไร (2.75 แสนเครื่อง)

ไม่รวมข้อตกลงที่ว่า ต้องใส่เม็ดเงินด้านการตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านอีกต่างหาก “เอไอเอส” หนักกว่า “ทรูมูฟ และ
ดีแทค” ตรงที่ ถึงวันนี้เครื่อง “ไอโฟน 3 G” ยังไม่มีที่รองรับการใช้บน 900MHz ด้วยซ้ำ หมายความว่า ลูกค้า”เอไอเอส” จะใช้ไอโฟนได้อย่างมากก็บนเครือข่ายเอดจ์เท่านั้น

ว่ากันว่า วันนี้แม้ยังไม่ได้ขายเป็นทางการ ก็มีลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ “ไอโฟน” อยู่แล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นราย ข้างทรูมูฟ และดีแทค ก็เช่นเดียวกัน ถึงเวลาขายจริง ถ้าต้องการลูกค้ามากๆ ระดับปีละแสนเครื่องก็คงต้องอัดฉีดกิจกรรม กระตุ้นยอดขายกันอย่างหนัก สวนทางเศรษฐกิจขาลงเสียนี่กระไร

“กลุ่มที่อยากใช้ไอโฟนก็มีใช้ไปหมดแล้ว น่าสนใจว่า ถ้าโอเปอเรเตอร์เอาเข้ามาขายเองจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นสักเท่าไร ถ้าไม่มีบริการใหม่ๆ มาดึงดูดใจ ลำพังแค่ตัวเครื่องไม่น่าดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากนัก เว้นแต่จะมีกลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งก็ไม่คุ้มอีก เพราะต้นทุนเครื่องแพง ขายถูกก็ต้องซับซิไดซ์” ผู้สันทัดกรณีในวงการมือถือให้ความเห็น

ระหว่าง “3 จี (2.1GHz) ไวแมกซ์ และไอโฟน” “ไอโฟน” มาก่อนเพื่อน แต่จะได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพของเครื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า “ทรูมูฟ-ดีแทค” อัพเกรดเครือข่ายได้เร็วแค่ไหน

ส่วน “3 จี-ไวแมกซ์” ขึ้นอยู่กับการทำงานของ “กทช.” ที่แน่ๆ ปีหน้าถือเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โดยแท้ แต่กับยักษ์มือถือคงรู้ซึ้งคำว่า “ทุกขลาภ” ก็คราวนี้เอง

ฟาก “ผู้บริโภค” คงต้องถามก่อนว่า เงินน่ะมีไหม ถ้ามีก็ไม่ใช่ปัญหาA

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.matichon.co.th

 
 Share on Facebook Share on Twitter Share on Reddit Share on LinkedIn
8 Comments  comments 

8 Responses

  1. จะได้ใช้ 3G แล้ว

  2. nannutry

    สวยมาก

  3. nannutry

    กามลังจะซื้อ

  4. ChuanChum

    อยากใช้แต่ไม่มีเงินซื้ออะ

  5. เอ

    iphone ตัวปกติมี 2 รุ่น

    iphone china 8GB + ราคา 4900 ตัวนี้ด้านหลังฝาสี บรอนซ์เงิน

    ตอนนี้แนะนำใช้ตัวใหม่ดีกว่าครับ iphone 3G 16Gb ด้านหลังสีดำ
    ราคา 5900

    ถ้าต้องการประหยัดไม่คิดไรมาก ฟังชั่น 2 ซิม + ความจุ 16 Gb ก็เกินคุ้มแล้วครับ

    ชอบตัวไหน สนใจโทร 085-4618353

    เลือกตัวเครื่องเอง หิ้วเอง ขายเองครับ

  6. pp010

    ใส่ซิมยากมากใส่งัยก้อไม่อ่านทำงัยดี

  7. อ้อม

    ในที่สุดก็ได้เป็นเจ้าของไอโฟนแล้ว….รอมานาน พร้อมเก็บเงินด้วย 55+ อยากได้มากแต่ออกแนวลังเล กลัวเรื่อง contact ติดค้างถ้าซื้อที่ร้าน Istudio แล้ว ก็ของทรู แต่พอดีวันนั้นเข้าไปเจอเว็บ http://www.gusale.com เลยลองโทรถามดู ราคาก็คุ้มกับคุณภาพนะคะ แล้วซื้อมาใช้งานได้เลยด้วย ก็เลยได้ใช้เบอร์เก่า lใครสนใจก้ลองไปอ่านรายละเอียดดูได้เผื่ว่าจะสนใจ โทรถามเจ้าของเค้าก่อนเพื่อว่า ของไม่มีแล้ว เพราะว่าตอนที่เราซื้อมาเค้าบอกว่าใกล้จะหมดแระ

  8. อ้อม

    เข้ามาอ่านเว็บนี้มานานเรื่องข้อมูล ไอโฟน นี่หละ ขอบคุณที่มห้ข้อมูลนะคะ ถ้ามีข้อมูล อะไร หรือวิธีใช้ ก็ช่วยแชร์ด้วยนะคะ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ค่า^_^ ”
    จากคนเห่อ ไอไฟนค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>