สำหรับคนที่ยังไม่รู้นะครับว่าการ Add source คืออะไร สามารถกลับไปดูความหมายของมันได้ที่ App Source การ Add Source เมื่อก่อนจะใช้ sottware ที่ชื่อ installer แต่มาวันนี้ เมื่อ firmware 2.x.x เข้ามา วิธีการ Add Source ก็เปลี่ยนมาใช้เจ้า Cydia กันมากขึ้น จะไม่เกาะกระแสก็ไม่ได้เน๊อะ มาดูวิธีการทำงานกันดีกว่า
แตะที่ไอคอน Cydia

แตะที่ Manager -> Source

แตะที่ Edit

แตะที่ Add

พิมพ์ URL ที่ต้องการ Add Source – > แตะ Add Source

ในระหว่าง Add Source ก็จะมีหน้าเด้งให้เราแตะ Okay ไปเรื่อยๆ

แตะ Return to Cydia

เสร็จสิ้นขั้นตอนการ Add Source
editor on April 1st 2009 in ทั่วไป
editor on March 25th 2009 in ทั่วไป
editor on March 17th 2009 in ทั่วไป
วิธีตั้งค่า iPhone รับข่าวสั้นจากบริการ Kapook Short News

คอข่าวพลาดไม่ได้แล้วววว เพื่อนๆสามารถรับข่าวสั้นทันเหตุการณ์ผ่านiPhoneด้วยบริการใหม่ล่าสุด Kapook Short Newsแบบฟรีๆได้แล้ววันนี้
วิธีการตั้งค่า
1. เข้าเว็บไซต์ http://sn.kapook.com ด้วยiPhone

2. กดปุ่ม Add

3. เลือก Add to Home Screen

4. ตั้งชื่อให้กับไอคอน จากตัวอย่างตั้งชื่อว่า Shortnews

5. คลิกปุ่ม Add เพื่อบันทึกชื่อไอคอนที่ตั้งไว้

6. จะปรากฏไอคอน Shortnews บนหน้าจอ

7. ทันทีที่เปิดไอคอนเราก็จะสามารถติดตามอ่านข่าวสั้นจากบริการ Kapook Short News ได้

editor on February 3rd 2009 in ทั่วไป
วิธีดูเครื่องฮ่องกงว่าแท้หรือไม่
1.กล่องจะเป็นกล่องสูงกว่ากล่อง USA
2.ปลั๊กด้านในเป็นสามขามีลักษณะแบบในรูปครับ

3.ดูหมายเลข Part No.ที่ด้านหลังกล่องครับ เครื่องฮ่องกงจะมี 3 Part No. ครับ ดังนี้
8GB สีดำจะมีหมายเลขดังนี้ Part No.MB489ZP/A
16GBสีดำจะมีหมายเลขดังนี้ Part No.MB496ZP/A
16GBสีขาวจะมีหมายเลขดังนี้ Part No.MB500ZP/A
ถ้าหมายเลข Part No. ที่ด้านหลังกล่อง ไม่ใช่เลขดังกล่าวนี้แสดงว่า ไม่ใช่เครื่องที่มาจาก Hongkong ครับ
ข้อควรระวังอีกอย่าง คือ การแกะเครื่องแล้วเอา sim unlock ใส่ไว้ก่อน แล้วมาหรอกขายว่าเป็นเครื่องที่ไม่ต้องใช้ sim unlock

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.iphone.in.th i-smartsim.blogspot.com
editor on October 14th 2008 in ทั่วไป
วิธีการ Backup ข้อมูลใน iPhone ด้วย iPhone PC Suite
ถ้าข้อมูลที่เก็บมาใน iPhone หาย เชื่อได้ว่าเป็นใครก็เศร้า ถ้างั้น Backup ไว้เถอะจ้า กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ ว่ามะ
การ Backup ข้อมูลสามารถใช้โปรแกรมได้หลายโปรแกรม เช่น iTunes , iPhone Browser , iBrickr , WinSCP และโปรแกรม FTP ต่างๆ
แต่ในที่นี้จะขอใช้ iPhone PC Suite เพราะโปรแกรมนี้ถือเป็นอันที่สะดวกและแน่นอนที่สุดครับ
ขั้นตอนการ Backup

1. เปิดโปรแกรม iPhone PC Suite แล้วกดที่ System

2. กดที่ Backup ข้างๆ

3. จากนั้น ก็เลือกไฟล์ที่จะ Backup ได้เลย แนะนำว่าให้เลือกแค่บางอันสำคัญก็พอ
4. เลือก Backup Now

5. ตั้งชื่อโฟลเดอร์ที่จะเก็บข้อมูล
6. เลือก Comfirm

ทีนี้เวลาจะ Restore ข้อมูลกลับก็กดที่ Restore เลย

7. เลือกไฟล์ที่จะกู้คืน
เท่านี้ก็เรียบร้อย
เพิ่มเติมสำหรับวิธี Backup Source ใน Installer

นำไฟล์ PackageSources.plist จาก
/var/mobile/Library/Installer ออกมาเก็บไว้ ถ้าต้องการ Restrore ก็ค่อยเอาไปทับทีหลัง
ลองทำตามกันดูนะครับ
editor on September 18th 2008 in ทั่วไป
เบื่อมั๊ย Wallpaper เดิมๆ รู้วิธีเปลี่ยนกันดีกว่า

Wallpaper คือ ภาพที่ปรากฎ ตอนกดเปิดเครื่อง ของเดิมมันจะตั้งมาเป็นภาพลูกโลก สีฟ้า ถ้าอยากจะเปลี่ยนให้มันแหล่มกว่าเดิม
ก็ง่ายมาก คุณก็ไปหาภาพที่โดนใจมา ทำให้เป็นขนาด 320×480 pixels ด้วยโปรแกรมตัดต่อภาพต่างๆ จากนั้นก็ Save as
เป็นไฟล์ png แต่ถ้าใครใช้โปรแกรมตัดต่อภาพไม่เป็น ก็สามารถไปหาโหลดได้จากเว็บต่างๆ ถ้าจะให้แนะนำก็ที่ http://www.sciphone.net/index.php พอหารูปที่โดนใจได้แล้ว ก็นำมาใส่ใน iPhone โดยใช้โปรแกรมที่สามารถ
เข้าไปจัดการไฟล์ ใน iPhone ได้ ในที่นี้จะขอใช้ตัว iPhone PC Suit ของฝั่ง Window

เข้าไปที่ Folder Library > Wallpaper

จัดการลากไฟล์ภาพ ที่เราต้องการลงใน Folder นี้เลย
พอเสร็จก็มาที่ iPhone เข้าไปที่ Settings > Wallpaper แล้วก็เลือกภาพที่ต้องการ แค่นี้ก็ได้ Wallpaper สวยสมใจ โปรแกรมอื่นๆ ก็จะคล้ายๆกัน
editor on September 10th 2008 in ทั่วไป
สำหรับมือใหม่ที่ใช้ iPhone หลายๆคนอาจสงสัยเวลาที่อ่านวิธีการลงโปรแกรมต่างๆ มีการพูดถึงให้ Add Source ถึงขั้นงงเลยพี่น้องว่า Add Source มันคืออะไรหว่า มาวันนี้ขอชี้แจงให้หายสงสัยกันเลย
Add Source คือ การเพิ่ม source สำหรับ Download file แต่ยังไม่ได้ Install การ Add Source ต้องต่อเน็ต อาจจะต่อด้วย edge หรือ wifi ก็ได้
สรุปแล้วคือ ถ้าเราต้องการจะลงโปรแกรมต่างๆใน iPhone เราจำเป็นต้อง Add Source มาไว้ที่เครื่องก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อย Install Program ที่ต้องการ
วิธีการ Add Source

1.เข้าโปรแกรม Installer

2.เลือกไปที่ Tab Sources
3.เลือก Edit

4.เลือก Add แล้วใส่ URL ของ Source ในที่นี้ใส่ http://repo.isapzio.net โดยเครื่องจะทำการ Download ข้อมูลมาใส่ใน iPhone ของเรา

5.จากนั้นโปรแกรมจะทำการ Refresh Source เป็นอันเสร็จสิ้นก็สามารถลงโปรแกรมที่ต้องการได้

**ในกรณีที่ทำการ Refresh แล้ว ยังคงเป็น Untitled Source แสดงว่ามีการพิมพ์ URL ของ Source ผิด
ให้ทำการ Add ใหม่

เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

โปรแกรมจะอยู่ในหมวดต่างๆ ที่เว็บได้จัดทำไว้
editor on August 26th 2008 in ทั่วไป
การทำ Ringtone เป็นความต้องการอันดับต้นๆ ของคนที่ใช้ iPhone ต้องการจะรู้ วันนี้ก็เลยมาสนอง need
ให้จ้า
วิธีที่ 1 สร้าง Ringtone โดยใช้ iTune
1.เสียบ iPhone เข้ากับ คอมพิวเตอร์ เปิด iTune
2.ตัดเพลงใน โปรแกรมตัดเพลงต่างๆตามถนัด เช่น Adobe Audition เลือกเฉพาะท่อนที่ต้องการความยาว
ห้ามเกิน 40 วินาที แล้ว Save เป็น mp3

3. ลากเพลงที่ตัดลง iTunes คลิกเลือกที่เพลง

4.คลิกขวาที่เพลงแล้วเลือก Get Info

5.ไปหน้า Options แล้วเลือกเวลา เริ่มเพลง(Start time) และ จบเพลง(Stop time) ห้ามเกิน 40 วินาที
เเล้วกด OK

6.คลิกขวาที่เพลงอีกรอบแล้วเลือก Convert Selection to AAC

7.คลิกขวาเพลงที่ convert แล้ว เลือก Show in Windows Exploer (สำหรับ Mac เลือก Show in
Finder)
8.ลากไฟล์ .m4a ที่เพิ่งแปลงมาไว้ที่ desktop
9.ที่ iTunes คลิกขวา เลือก Delete file ที่เพิ่งแปลงเมื่อกี้ทิ้งไป (ห้ามข้ามขั้นนี้)
10.เลือกเพลงที่ desktop แล้วเปลี่ยน นามสกุลเป็น .m4r ชื่อเพลงเป็นไทยหรืออังกฤษก็ได้
11.ไปที่ folder นี้ /Users/<ชื่อ>/Music/iTunes/iTunes Music/Ringtones ถ้าไม่มีก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้เลย (ถ้า xp ก็ใน document and setting/<ชื่อ>/Music/iTunes/iTunes Music/Ringtones)
12.เอาเพลงที่เปลี่ยนนามสกุลแล้วไปไว้ใน folder นี้
13.ดับเบิลคลิก แล้วมันจะไปเปิดใน iTunes ตรงหมวด ringtone

14.เลือกที่ชื่อ iPhone ของเรา
15.เลือกแถบ Ringtones
16.เลือก Sync ringtones > Selected ringtones :
17.ติ๊ก Ringtone ที่ต้องการ
18.คลิก Apply
**ก่อนเปลี่ยนไฟล์เป็น .m4r ให้เข้าไปที่ my computer >tool > folder option > view เอาเครื่องหมายถูกหน้า HIDE EXTENSION FOR KNOW TYPE ออก แล้วคลิก ok ไม่งั้นเวลาเราเปลี่ยนไฟล์จะไปทับกัน เช่น .m4r.m4a
วิธีที่ 2 สร้าง Ringtone โดยใช้ iPhone PC Suite
1.ตัดเพลงใน โปรแกรมตัดเพลงต่างๆตามถนัด เช่น Adobe Audition เลือกเฉพาะท่อนที่ต้องการ
ความยาวเท่าไหร่ก็ได้ แล้ว Save เป็น mp3

2.เปิดโปรแกรม iPhone PC Suite เเล้วกดที่ Personal
3.กด Ringtone

4.กด Add Ringtone เเล้วเลือกเพลงที่เราตัดไว้โปรแกรมจะทำการ Convert เป็นนามสกุล .m4r ให้เองเเล้วนำไปลง iPhone ให้เลยเเค่นี้เราก็มี Ringtone ตามต้องการเเล้ว
** ในกรณีที่ Sync Ringtone จาก iPhone PC Suite Ringtone ที่เคยสร้างโดย iTune อาจจะหายไป หรือทางกลับกัน ถ้า Sync Ringtone จาก iTune Ringtone ที่เคยสร้างโดย iPhone PC Suite ก็อาจจะหายไปเช่นกัน
editor on August 20th 2008 in ทั่วไป
ก่อนที่เราจะ Upgrade หรือ Downgrade Firmware เราต้องรู้จัก Firmware ที่อยู่ในเครื่องก่อน โดยสิ่งที่เราต้องรู้จัก
จะมีอยู่ 2 ส่วน คือ Version ของ Firmware ซึ่งก็คือ
1. Software ในส่วนของ Operation System ที่เราเห็นบนหน้าจอของเครื่อง
2. Version ของ Baseband ซึ่งเป็น Software ที่ทำหน้าที่สั่งงานในส่วนการใช้งานสัญญาณโทรศัพท์
สัญญาณ Bluetooth และสัญญาณ Wi-Fi
ในเครื่อง iPhone จะมีส่วน Firmware ที่ใช่ในการทำงานต่างๆ ของเครื่องดังนี้

Firmware ที่เป็น OS จะมี เช่น 1.0.2,1.1.1,1.1.2 (Setting > General > About > Version)
Modem Firmware หรือเรียกอีกอย่างว่า Baseband จะมี Version เช่น 3.01.13_G,4.01.13_G,4.02.13_G (Setting > General > About > Modem Firmware)
iPhone ที่มาจากโรงงานจะมี Firmware และ Baseband ที่ตรงกัน ดังนี้
Firmware 1.0.2 จะมี Modem Firmware 3.01.13_G
Firmware 1.1.1 จะมี Modem Firmware 4.01.13_G
Firmware 1.1.2 จะมี Modem Firmware 4.02.13_G
Firmware 1.1.3 จะมี Modem Firmware 4.03.13_G
Firmware 1.1.4 จะมี Modem Firmware 4.04.05_G
การตรวจสอบ Version Firmware ต่างๆทำได้ดังนี้

Firmware 1.0.2 = Baseband 3.14.08_G
Firmware 1.1.1 = Baseband 4.01.13_G
Firmware 1.1.2 = Baseband 4.02.13_G
Firmware 1.1.3 = Baseband 4.03.13_G
Firmware 1.1.4 = Baseband 4.04.05_G
กรณี Active เครื่องแล้ว

Firmware = Setting > General > About > Version
Modem Firmware or Baseband = Setting > General > About > Modem Firmware
ดูจาก Serial Number ของเครื่อง

ตัวอักษรที่แสดง Serial Number จะมีปรากฎอยู่หลายที่ เช่น ที่ด้านล่างของกล่อง iPhone, ที่ด้านหลังเครื่อง และดูได้
จากหน้าจอ Setting > General > About ก็ได้ โดยที่ ตัวเลขใน Serial Number ตำแหน่งที่ 3 เป็นตัวเลขบอกปี ค.ศ.
ที่ผลิต และตำแหน่งจัวเลขที่ 4 กับ 5 เป็นตัวที่บอกว่า ผลิตในสัปดาห์ที่เท่าไหร่
editor on August 18th 2008 in ทั่วไป